หน้าแรก › บทความ › RSI คืออะไร
Technical Analysis · โมเมนตัม · อ่าน 9 นาที
RSI คืออะไร อ่านค่าอย่างไร และข้อจำกัดที่ควรรู้
เผยแพร่ · โดย Gold Order Flow · บทความเพื่อการศึกษา
บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) ของ Aslan Terminal เราอาจได้ค่าตอบแทนเมื่อคุณสมัครผ่านลิงก์ โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
RSI (Relative Strength Index) เป็น indicator ที่เห็นบ่อยที่สุดตัวหนึ่งบนกราฟทอง และเป็นตัวที่ถูกอ่านผิดบ่อยที่สุดเช่นกัน หลายคนเข้าใจว่า RSI เกิน 70 แปลว่าต้องลง บทความนี้อธิบายที่มา สูตร วิธีอ่านแต่ละแบบ และกรณีที่ RSI ใช้ไม่ได้ผล
สรุปสั้น
- RSI พัฒนาโดย J. Welles Wilder ตีพิมพ์ในหนังสือปี 1978 ค่าแกว่ง 0–100 ค่าตั้งต้น 14 ช่วง
- Wilder ถือว่าเหนือ 70 คือ overbought และต่ำกว่า 30 คือ oversold แต่ในแนวโน้มแรง RSI ค้างโซนนั้นได้นาน
- Divergence คือราคากับ RSI ไม่ยืนยันกัน มักเกิดหลายครั้งก่อนแนวโน้มจะเปลี่ยนจริง หรืออาจไม่เปลี่ยนเลย
- RSI วัด “แรงส่ง” ของราคาปิด ไม่ได้วัดปริมาณซื้อขายจริง ต้องอ่านคู่กับราคาเสมอ
RSI คืออะไร
RSI เป็น oscillator วัดโมเมนตัม คือความเร็วและขนาดการเปลี่ยนแปลงของราคา พัฒนาโดย J. Welles Wilder และตีพิมพ์ในหนังสือ New Concepts in Technical Trading Systems ปี 1978 ค่า RSI แกว่งอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100[1]
พูดง่าย ๆ RSI เปรียบเทียบว่าในช่วงที่ผ่านมา “แท่งที่ปิดสูงขึ้น” ขยับเฉลี่ยมากกว่า “แท่งที่ปิดต่ำลง” แค่ไหน ถ้าปิดสูงขึ้นแรงกว่า RSI จะสูง ถ้าปิดต่ำลงแรงกว่า RSI จะต่ำ
สูตร RSI แบบเข้าใจง่าย
สูตร (ค่าตั้งต้น 14 ช่วง)
RS = ค่าเฉลี่ยส่วนที่ปิดสูงขึ้น ÷ ค่าเฉลี่ยส่วนที่ปิดต่ำลง
RSI = 100 − 100 ÷ (1 + RS)
ค่าเฉลี่ยครั้งแรกคือผลรวม 14 ช่วงหาร 14 ครั้งถัดไปใช้ (ค่าเฉลี่ยเดิม × 13 + ค่าล่าสุด) ÷ 14 ซึ่งเป็นการปรับให้เรียบคล้าย EMA ส่วนที่ปิดต่ำลงคิดเป็นค่าบวก[1]
ผลที่ตามมาจากการปรับให้เรียบ คือ RSI ของโปรแกรมต่าง ๆ อาจต่างกันเล็กน้อย ขึ้นกับว่าใช้ข้อมูลย้อนหลังยาวแค่ไหน ChartSchool ระบุว่าใช้ข้อมูลอย่างน้อย 250 จุดก่อนวันเริ่มกราฟ[1] และถ้า 14 ช่วงที่ผ่านมาปิดสูงขึ้นทุกช่วง RSI จะเป็น 100 ถ้าปิดต่ำลงทุกช่วงจะเป็น 0
อ่าน 70 และ 30 อย่างไร
Wilder ถือว่า RSI เหนือ 70 คือ overbought และต่ำกว่า 30 คือ oversold แต่ ChartSchool เน้นว่า oscillator ค้างในโซน overbought หรือ oversold ได้นานในตลาดที่มีแนวโน้มแรง และระดับ 70/30 ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อราคาแกว่งในกรอบ[1]
ราคาปิด (สมมติ) RSI(14) เส้น 70 เส้น 30
ภาพอธิบายแนวคิดจากข้อมูลสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลตลาดจริง และไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย
| สิ่งที่เห็น | อ่านว่า | ไม่ได้แปลว่า |
|---|---|---|
| RSI เหนือ 70 | ช่วงที่ผ่านมาราคาปิดสูงขึ้นแรงและต่อเนื่อง | ราคาต้องกลับตัวลง |
| RSI ต่ำกว่า 30 | ช่วงที่ผ่านมาราคาปิดต่ำลงแรงและต่อเนื่อง | ราคาต้องเด้งขึ้น |
| RSI แถว 50 | แรงขึ้นและแรงลงใกล้เคียงกัน | ตลาดไม่มีแนวโน้มเสมอไป |
ปรับระดับได้ เช่นใช้ 80/20 เพื่อให้เข้าโซนน้อยลง หรือปรับจำนวนช่วง ช่วงสั้นทำให้ RSI ไวขึ้นและเข้าโซนบ่อยขึ้น ช่วงยาวทำให้เรียบขึ้น[1]
Divergence และ Failure Swing
- Bearish divergence: ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ RSI ทำจุดสูงที่ต่ำกว่าเดิม แปลว่าแรงส่งขาขึ้นอ่อนลง
- Bullish divergence: ราคาทำจุดต่ำใหม่ แต่ RSI ทำจุดต่ำที่สูงกว่าเดิม แปลว่าแรงส่งขาลงอ่อนลง
- Failure swing: แนวคิดของ Wilder ที่ดูเฉพาะ RSI เช่น RSI ลงต่ำกว่า 30 เด้งขึ้น ย่อลงแต่ไม่ต่ำกว่า 30 แล้วทะลุจุดสูงก่อนหน้า
ข้อควรระวังที่ ChartSchool เขียนไว้ชัด คือ divergence ทำให้เข้าใจผิดได้ในแนวโน้มแรง ขาขึ้นแรงอาจเกิด bearish divergence หลายครั้งก่อนจะมีจุดสูงสุดจริง[1] Divergence จึงเป็น “ข้อสังเกต” ไม่ใช่จุดเข้า
RSI ในตลาดขาขึ้นและขาลง
Constance Brown เสนอว่าในตลาดขาขึ้น RSI มักแกว่งในช่วงประมาณ 40–90 โดยโซน 40–50 ทำหน้าที่เหมือนแนวรับ ส่วนตลาดขาลงมักแกว่งในช่วงประมาณ 10–60 โดยโซน 50–60 เป็นแนวต้าน ช่วงเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามค่าที่ตั้งและความผันผวน[1] ข้อคิดสำคัญคือ RSI ที่ “สูง” ในขาขึ้นอาจเป็นภาวะปกติของแนวโน้ม ไม่ใช่ความผิดปกติ
ใช้ RSI กับกราฟทองอย่างไรให้ระวัง
- ดูกรอบเวลาที่ใช้ RSI 14 บนกราฟ 5 นาทีครอบคลุมราว 70 นาที แต่บนกราฟรายวันครอบคลุมราว 3 สัปดาห์ซื้อขาย ความหมายจึงต่างกันมาก
- ช่วงข่าวสำคัญของสหรัฐ ราคาทองอาจกระโดดหลายแท่งติด RSI จะพุ่งเข้าโซนสุดทันที (ดูเวลาข่าวตามเวลาไทย)
- RSI ใช้ราคาปิดเท่านั้น ถ้าต้องการรู้ว่าที่จุดสูงใหม่มีแรงซื้อรุกจริงหรือไม่ ต้องดูข้อมูลวอลุ่มอย่าง CVD หรือ Footprint
RSI divergence กับ CVD divergence
RSI divergence
ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่แรงส่งของราคาปิดไม่ทำตาม คำนวณจากราคาอย่างเดียว

CVD divergence
ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ปริมาณซื้อรุกสะสมไม่ทำตาม คำนวณจากคำสั่งซื้อขายจริงในตลาดฟิวเจอร์ส
ทั้งสองแบบไม่ได้บอกทิศทางล่วงหน้า แต่ถ้าเห็นพร้อมกันที่โซนราคาสำคัญ ก็เป็นบริบทที่ควรระวังมากขึ้น อ่านเพิ่มที่ Stop Hunt และร่องรอยใน Order Flow
คำถามที่พบบ่อย
RSI คืออะไร
RSI (Relative Strength Index) คือ indicator โมเมนตัมที่ J. Welles Wilder ตีพิมพ์ในปี 1978 เปรียบเทียบขนาดการปิดสูงขึ้นกับปิดต่ำลงในช่วงที่ผ่านมา ค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100
RSI ตั้งค่าเท่าไรดี
ค่าตั้งต้นของ Wilder คือ 14 ช่วง ช่วงสั้นลงทำให้ไวขึ้นและเข้าโซน 70/30 บ่อยขึ้น ช่วงยาวขึ้นทำให้เรียบขึ้น ไม่มีค่าที่ดีที่สุดสำหรับทุกตลาด
RSI เกิน 70 ต้องขายไหม
ไม่จำเป็น RSI เกิน 70 บอกว่าราคาปิดสูงขึ้นแรงต่อเนื่อง ในแนวโน้มแรง RSI ค้างเหนือ 70 ได้หลายแท่งขณะที่ราคาขึ้นต่อ
RSI divergence คืออะไร
คือกรณีที่ราคาทำจุดสูงหรือต่ำใหม่ แต่ RSI ไม่ทำตาม แปลว่าแรงส่งอ่อนลง แต่ในแนวโน้มแรง divergence เกิดซ้ำได้หลายครั้งโดยที่แนวโน้มยังไม่เปลี่ยน
RSI ต่างจาก CVD อย่างไร
RSI คำนวณจากราคาปิดอย่างเดียว ส่วน CVD คือผลต่างของปริมาณซื้อรุกกับขายรุกสะสม ซึ่งต้องใช้ข้อมูลการซื้อขายจริงจากตลาด
อ่านต่อ
- MACD คืออะไร ใช้ดูโมเมนตัมทองคำอย่างไร
- Indicator คืออะไร? เครื่องมือเทคนิคพื้นฐาน vs Order Flow
- CVD เทรดทองคำ (Cumulative Volume Delta) ใน Aslan Terminal
- Sentiment XAUUSD คืออะไร ต่างจาก Order Flow อย่างไร
- บทความ Order Flow ทองคำทั้งหมด
- รีวิว Aslan Terminal เครื่องมือ Order Flow ทองคำ COMEX (หน้าแรก Gold Order Flow)
คำเตือนความเสี่ยง
การซื้อขายทองคำมีความเสี่ยงสูง อาจขาดทุนบางส่วนหรือทั้งหมด ผลในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต บทความนี้ให้ความรู้เรื่องตลาดทองคำและการอ่านข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำซื้อขาย และไม่ได้แนะนำผู้ให้บริการรายใด
แหล่งอ้างอิง
- StockCharts ChartSchool: Relative Strength Index (RSI) – https://chartschool.stockcharts.com/table-of-contents/technical-indicators-and-overlays/technical-indicators/relative-strength-index-rsi
- StockCharts ChartSchool: Introduction to Technical Indicators and Oscillators – https://chartschool.stockcharts.com/table-of-contents/technical-indicators-and-overlays/introduction-to-technical-indicators-and-oscillators
ตรวจสอบแหล่งอ้างอิงล่าสุด 4 ต.ค. 2026